29.10.52

คิดอะไรมาก


คิด คิด
ได้อ่านหนังสือ Hello ฉบับหนึ่ง
จำไม่ได้แล้วว่า เป็นฉบับของเดือนอะไร
ประทับใจบทสัมภาษณ์ของ คุณ เคิร์ท วาซไฟทัล ผู้เป็นตำนานแห่งโอเรียนเต็ล
เขาพูดว่า "ตั้งแต่ผมทำงานมา ๔๐ กว่าปี ผมไม่เคยขาดงานเลยสักวันเดียว"
ผมนับถือถ้อยคำประโยคนี้ของเขามาก มันบ่งบอกถึงความรับผิดชอบ
และสิ่งที่ผมชอบในความเป็นคุณเคิร์ท มากที่สุดคือ
เขาจะมีวันหยุดหนึ่งวัน คือ วันอาทิตย์
วัน ๆ นี้เขาจะไม่พูดกับใคร
และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้พูดกับเขา
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาต้องพูดจากับคนทั่วโลกตลอดเวลา
จนกระทั่งปัจจุบันอายุ ๗๒ แล้ว เขาจึงขอโอกาสที่จะไม่พูดบ้าง

ผมเห็นด้วยกับคุณเคิร์ทตรงที่ว่า
คนเราควรมีเวลาสำหรับการไม่พูดบ้าง
เพราะมนุษย์สมัยนี้พูดมากเกินไปและพูดมากกว่าทำ
คาลิล ยิบราน ปรัชญากวีชาวเลบานอน เคยกล่าวไว้ว่า
“ถ้าท่านอยากรู้จักหรือเข้าใจใครสักคนอย่างถ่องแท้
จงอย่าใส่ใจถ้อยคำที่เขาพูด
แต่จงมองดูสิ่งที่เขาทำและค้นหาสิ่งที่เขาไม่ได้พูด”

มีมนุษย์บางจำพวกถูกจัดอยู่ในประเภท "พูดโดยไม่คิด"
ยิ่งพูดมากราคาความน่านับถือยิ่งเสื่อม
บางคนเมื่อพูดอะไรไม่คิด ครั้นคำพูดนั้นไปกระทบกระเทือนใจคนอื่น
กลับพูดทับถมต่ออีกว่า "คิดอะไรมาก"

ผมเองยอมรับว่า เป็นคนคิดมากคนหนึ่ง
และเก็บรายละเอียดของคำพูดได้เป็นอย่างดี
แต่ก็ไม่ใช่เป็นคนคิดเล็กคิดน้อยให้เปลืองพื้นที่ใจ
มีคนเตือนว่า
“การที่คุณเป็นคนคิดมากเก็บเอาทุกคำที่คนพูดไปคิด ระวังคนอื่นจะเกร็งเวลาที่อยู่กับคุณ”
ให้ตายเถอะ..ผมไม่ใช่คนคิดจุกจิกอะไรขนาดนั้นหรอก!

“คนเราไม่ควรพูดทุกคำที่คิด แต่ควรคิดทุกคำที่พูด”
การพูดอะไรโดยไม่คิด
การปราศรัยโดยไม่รู้จักถนอมน้ำใจ
ไม่ว่าจะพูดเล่นหรือพูดจริง
ถือเป็นบุคคลที่ไร้ความรับผิดชอบ
ทั้งต่อสังคม และอารมณ์ของคนรอบข้าง
อาจนับเข้าหมู่ของคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
และการที่ใครคนใดคนหนึ่ง
ไม่เคยคิดถึงผลที่ตามมาของคำพูดนั้นเลย
บุคคลนั้นควรได้รับความไกลห่าง
แม้เขาผู้นั้นจะทำให้เรามีโอกาสได้ให้อภัยทานบ่อยๆ ก็ตาม
อีกทั้ง..มองอย่างไรก็ไม่เห็นความคุ้มค่า
กับรอยแผลทางอารมณ์ที่เราได้รับจากคำหอก คำดาบนั้นเลย

วาจาของผู้อื่นเก็บเอามาคิดมากไป ก็ทุกข์ใจเปล่า ๆ
คิดมากก็ทุกข์มากเหมือนกำก้อนกรวดในกำมือ
แต่บางคนจิตสำนึกก็กระด้างจนน่าเป็นห่วง
เพราะ..ทั้ง ๆ ที่มีคนพยายามจะพูดเพื่อให้ได้คิด
แต่ไม่เคยเก็บเอาอะไรไปคิดบ้างเลย
จนบางทีก็น่าสงสัยว่า เขาคิดไม่เป็นหรือเป็นคนสิ้นคิด"