5.11.52

ความดีงามทำให้ชีวิตกล้าหาญ




ความดีงามทำให้ชีวิตกล้าหาญ...
ผมเชื่อมั่นในคำพูดประโยคนี้มากขึ้น
เมื่อเห็นข่าวคุณเพชรา เชาวราษฎร์ อดีตนางเอกหนังชื่อดังปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
หลังจากที่ดวงตาของเธอบอดสนิท
อันเนื่องมาจากการถ่ายภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 16 ปี
ทำให้ดวงตาถูกแสงสปอตไลต์ทำลาย จากนั้นเป็นเวลายาวนานร่วม 30 ปี
อดีตนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง
ไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกเลย

แต่ในที่สุด..วันนี้ในปี ๒๕๕๒
นางเอกตลอดกาลในหัวใจแฟนหนังชาวไทย
ก็ปรากฏโฉมให้คนไทยได้เห็นเป็นครั้งแรก ในภาพยนตร์โฆษณาเครื่องสำอาง "มิสทิน"
เหตุที่เธอกล้าปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งนี้เพราะ
เธอต้องการหาทุนทรัพย์ช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อคนตาบอดฯ


เพชรา เชาวราษฎร์ เปิดเผยว่า
เมื่อหลายปีก่อนเธออยากตั้งมูลนิธิดวงตาเพชรา เชาวราษฎร์
แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ความปรารถนานี้ค้างคาใจมาโดยตลอด
เมื่อมิสทินมีข้อเสนอที่สอดคล้องกับเจตนารมย์ของเธอ
เธอจึงคิดว่าน่าจะออกมาทำอะไรบ้าง
ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ดวงตาจะมองไม่เห็น
แต่ถ้าไม่ลงมือทำอะไรก็คงอยู่ไปแบบเปล่าๆ
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาต้องทนทุกข์กับการมองไม่เห็นมามาก
จึงอยากจะช่วยเหลือคนอื่นที่ประสบปัญหาเดียวกับตนบ้าง

การตัดสินใจปรากฏตัวของเพชราในครั้งนี้
ถือเป็นการปรากฏตัวของนางเอกตัวจริงที่คนในโลกจริง ๆ ใบนี้ควรนำเป็นต้นแบบ
นี่คือ..แง่งามแห่งชีวิตที่ควรได้รับการสรรเสริญ

คนเราเกิดมาชีวิตหนึ่งพึงเรียนรู้ว่า
ชีวิตนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง
และพึงเรียนรู้ถึงวิธีการที่จะใช้มันให้คุ้ม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งตนและมหาชนทั้งหลาย
เพราะชีวิตคนเราไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่อใช้ชีวิตอยู่ใต้ดวงอาทิตย์
หรือพ่นลมหายใจใต้แสงนีออนไปวัน ๆ
ถ้าชีวิตเปรียบดั่งขวานเพชรที่คมกริบ
ก็พึงรู้จักใช้ที่จะหาไม้มาสร้างบ้านแปลงเมือง
มากกว่าจะเสียเวลาไปเหลาไม้จิ้มฟัน...

หากคนหนึ่งคนเปรียบได้กับเทียนหนึ่งแท่ง
เราควรพึงพอใจที่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อความสว่างจากดวงต่อดวง
มากกว่าที่จะพึงใจเพียงแค่หลอมละลายตัวเองไปพร้อม ๆ ที่จะมอดดับอย่างไร้ค่า

ชีวิตนี้มีขึ้นมีลง..
เฉกเช่นชีวิตจริงของ เพชรา เชาวราษฎร์ อดีตดาราดังผู้เป็นขวัญใจของคนทั้งประเทศ
วันหนึ่งใครไหนเลยจะคาดคิด ขณะที่เขาเป็นดาวแจ่มกระจ่างในใจผู้คน
แต่ดวงตาของเขากลับพร่ามัวลงทุกขณะ
จนกระทั่งโลกที่เคยแจ่มชัดดับหายในดวงตา
พร้อมกับสถานะของดาวค้างฟ้าก็ร่วงลง
หลายปีที่ดาวดังท่านนี้ซ่อนตัวเองอยู่ในความลึกลับ
แต่ความดีงามในใจของเธอ ทำให้เธอกล้าที่จะเปิดเผยต่อโลกอีกครั้ง
ด้วยมุ่งหวังที่จะหาทุนในการช่วยเหลือคนตาบอด
ด้วยความตั้งใจว่า แม้ดวงตาของเธอจะมืดดับ
แต่เธอก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ดวงตาคู่อื่น ๆ ไม่ให้มืดดับอย่างน่าอาดูร

โลกใบนี้ยังมีพื้นที่ว่างมากมายให้เราได้ปลูกดอกไม้
จิตใจของเรายังมีที่ว่างมากมายให้เราปลูกสิ่งที่ดีงามลงไป
จริงอยู่...ที่ชีวิตเป็นของน้อย
แต่หัวใจของคนมิอาจเป็นของน้อยได้ไม่
จริงอยู่..แม้นเราจะเป็นดั่งแสงเทียนที่สว่างและเปราะบาง
แต่ทว่า ในความเปราะบางนั้น
เรามีคุณสมบัติมากพอที่จะเชื่อมต่อแสงสว่างแก่เทียนแท่งอื่น ๆ
นับแสนนับล้านดวง

“มวลชีวิตดุจเม็ดทราย
ดุจดาวรายบนฟ้ากว้าง
อยู่กระจัดกระจายวาง
อย่างเคว้งคว้างในค่ำคืน
ร่วมปลุกดาวดวงหม่น
ที่เกลื่อนกล่นฟ้าทั้งผืน
อาบแสงสกาวกลืน
ปลุกดาวตื่นขึ้นทั้งฟ้า”

ไม่มีความคิดเห็น: