
เราต่างก็อยากมีโลกเล็ก ๆ ส่วนตัว
โลกที่เรานั่งทำอะไรได้ตามอำเภอใจ
นั่งปล่อยความรู้สึกได้โดยไม่ต้องกังวลกับสายตาใครจะเพ่งมอง
เวลาที่ผมมีความสุขที่สุดคือ ตอนนอนอยู่ในอ่างอาบน้ำ
ไม่จำเป็นต้องมีเสียงเพลงเบา ๆ หรือกลิ่นหอม ๆ ของน้ำมันระเหย
แค่ได้แช่ตัวอยู่ท่ามกลางมวลของน้ำ
และฟังเสียงความเงียบก็จุดประกายความคิดดี ๆ ให้บรรเจิดขึ้นมาได้
เคยมีข่าวฮือฮาในหน้าหนังสือพิมพ์
เรื่องของชายคนหนึ่งที่เบื่อหน่ายชีวิตบนดิน
แล้วหันไปทำโพลงส่วนตัวอาศัยอยู่ใต้ดินไม่ขึ้นมาพบปะใครเลย
จนกระทั่งได้ฉายาว่า ‘มนุษย์รู’
เขาให้เหตุผลว่า รำคาญเสียงคนและกลัวฟ้าผ่า
ในภาวะของความสงบนิ่งในโลกส่วนตัว
ผมมองเห็นโลกกลม ๆ ๒ ใบ
โลกใบแรกคือ โลกส่วนรวมและใบที่ ๒ คือ โลกส่วนตัว
ใบแรก...โลกส่วนรวม
ซึ่งมีคุณสมบัติไม่เหมือนห้องน้ำรวม
เพราะห้องน้ำรวมแม้จะมีสมาชิกแชร์กันใช้มากมาย
และบางจังหวะอาจจะต้องแย่งกันเข้าแต่ทันทีที่เราเข้าไปอยู่ในห้องน้ำได้
ท้ายที่สุดเราก็ “ปลดทุกข์” สำเร็จ
แต่โลกส่วนรวมยิ่งอยู่เรากลับยิ่งถูกล๊อกด้วยความทุกข์
โลกส่วนรวม มีผู้อาศัยมากมายและเต็มไปด้วยการแก่งแย่ง
ต้องวิ่งให้เร็วเพราะถ้าวิ่งช้าก็จะไม่ทันคนอื่น
อีกทั้งโลกใบนี้ยังสอนแกมบังคับให้เราต้องคิดอะไรให้มาก ๆ
ถ้าคิดน้อยก็เหนื่อยมาก
ทำอะไรแล้วคิดน้อยเกินไป คิดไม่รอบคอบก็จะเจอปัญหาให้ต้องตามแก้ไขไม่รู้จบสิ้น
การแข่งขันแย่งชิงของโลกส่วนรวม ยิ่งแย่งก็ยิ่งยุ่ง
ชัยชนะก่อให้เกิดความทะเยอทะยานอย่างไม่สิ้นสุด
ความพ่ายแพ้ก็ให้เกิดการผูกใจเจ็บแล้วเกิดการทวงคืน
ส่วนโลกอีกใบคือโลกส่วนตัว
เป็นโลกที่สำคัญสำหรับมนุษย์ คนเราควรมีเวลาให้กับโลกส่วนตัวให้มากขึ้น
แต่คำถามก็คือว่า..
แล้วโลกส่วนตัวที่แท้จริงของมนุษย์อยู่ที่ตรงไหน
เราจะเข้าถึงโลกใบนั้นได้อย่างไร
พระพุทธศาสนาสอนวิธีที่มนุษย์จะค้นพบโลกในตัวไว้หลายวิธี
เช่น กำหนดลมหายใจเข้าออก เพ่งมองแสงสว่าง กำหนดใจให้นิ่ง ๆ ว่าง ที่กลางกาย เป็นต้น
เมื่อเราอยู่กับอารมณ์ที่เป็นหนึ่ง สงบ นิ่งแน่น
ใจที่เคยวิ่งกลับคืนสู่สภาวะของการหยุดนิ่ง
เราก็จะค้นพบโลกส่วนตัวที่อยู่ในตัวเรา
โลกใบนี้จะทำให้เรามองเห็นโลกอีกหลาย ๆ ล้านใบได้อย่างชัดเจนขึ้น
ถ้าเราค้นพบโลกในตัวของตนเอง เราก็รู้แจ้งความจริงว่า
ถ้าเราคิดแต่จะเอาชนะคนอื่น เราก็จะยิ่งแพ้ตนเอง
ถ้าเรายิ่งเกลียดคนอื่น ตัวเราเองจะยิ่งน่าเกลียด
หากเรามัวเสียเวลาไปเพ่งมองคนอื่น เราก็จะห่างไกลจากตัวเองมากขึ้น
หากเราเพ่งเล็งจับผิดคนอื่น เราก็จะทำอะไรได้ถูกต้องน้อยลง
อัจฉริยะบุคคลอย่างเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกเคยกล่าวไว้ว่า
“ความจริงแท้ของทฤษฎีอยู่ภายในจิตใจ ไม่ใช่อยู่กับสิ่งที่มองเห็น
(The truth of a theory is in your mind, not in your eyes.)”
โลกที่ดีที่สุดของมนุษย์ อยู่ภายในจิตใจ
ถ้าเราเข้าถึงจิตของตนเองได้เราก็จะเข้าถึงโลกในตัวได้
และโลกใบนี้หมุนได้ด้วยใจเรา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น