9.11.52

ตราบที่ใจเธอเชื่อมั่น



มีเรื่องเล่าว่า อานุภาพแห่งใจนั้นมากมายนัก
ทำให้กายที่หนักอึ้งกลับกลายมาแผ่วเบาราวกับติดปีกผีเสื้อได้

ชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้แรมไปในป่าลึก เพื่อร่ำเรียนวิชา
ตราบจนได้พบนักบวชท่านหนึ่ง ในป่าแห่งนั้น
เขาได้เข้าไปกราบกรานและมอบตัวเป็นศิษย์

นักบวชท่านนั้นให้คาถามาหนึ่งบท ให้หนุ่มนักแสวงหาท่องจนขึ้นใจ
"ปลิด สะ ลา" ภาวนาไว้เถิดจะเกิดผล
เขาจรดจ่ออยู่กับคำว่า"ปลิด สะ ลาๆๆๆ" อย่างมุ่งมั่น
พลันไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าตัวฟ่องเบา และเดินท่องไปบนผิวน้ำได้

เขาสุขใจยิ่งนักเมื่อได้สำเร็จวิชชาดังปราถนา จึงนึกถึงสหายรักท่านหนึ่งขึ้นมา
จึงเดินทางออกจากชายป่า เพื่อชักชวนให้มาร่ำเรียนวิชาดั่งตนบ้าง

ณ กลางหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
แว่วเสียงสนทนาลอยตามลมมาให้ได้ยิน
"เพื่อนรัก ไปเรียนวิชชาอันยอดเยี่ยมกับเราที่ชายป่าเถิด เราอยากให้เพื่อนได้เรียนบ้าง"
"วิชาอะไรหรือสหาย ทำไมดูท่านตื่นเต้นจริง"

หลังสิ้นสุดคำถาม หนุ่มนักแสวงหาจึงบอกสหายรักว่า

"วิชานี้ สามารถทำให้เราเดินบนน้ำได้เลยนะเพื่อน"
"จริงหรือสหาย ท่านทำได้อย่างไรกัน"
"ท่านอาจารย์ได้ให้เรา บริกรรมภาวนาว่า ปลิด สะ ลา เมื่อภาวนาจนแน่แน่วจิตเป็นสมาธิ เราก็สามารถเดินบนน้ำได้"
"จริงเหรอ สหาย แค่ภาวนาคำว่า ปลิด สะ ลา หรือ ปลาสลิด เนี่ยนะจะทำให้เรามีฤทธิ์เห็นปานนั้น"
"จริง ๆ เพื่อน แต่เอ่อ...มันแปลว่า ปลาสลิด หรอกเหรอ"
ด้วยความที่เชื่อมั่นในครูบาอาจารย์
ทำให้ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มไม่เคยคิดที่จะผวนคำเพื่อแปลความหมายหาปลาสลิดอะไรเลย

ผลการชักชวนเพื่อนด้วยความหวังดีของเขาล้มเหลว
เพื่อนของเขาบอกว่า
"เราไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาภาวนาคำว่า ปลิดสะลา หรือปลาสลิดหรอก"

ชายหนุ่มนักแสวงหาจึงพกพาความผิดหวังเดินทางเข้าป่าตามลำพัง
ครั้นผ่านลำธารสายหนึ่ง เขาจึงบริกรรมภาวนาว่า
"ปลิด สะ ลา" และเดินไปบนผิวน้ำ
เมื่อเดินสักระยะ ถึงกลางลำน้ำ พลันจิตกระหวัดไปถึงคำของเพื่อนที่ว่า
"ปลิด สะ ลา หรือ ปลาสลิดเนี่ยนะ ทำให้เดินบนผิวน้ำได้"
จิตเขาเริ่มลังเล เมื่อนึกว่า ปลิดสะลา คือ ปลาสลิด
ร่างของเขาจึงหล่นตูม สู่สายธาร.......


มิพึงสงสัย ปลิด สะ ลา จะหมายถึงอะไรก็ช่าง
ขอให้สามารถประสิทประสาทให้เราเดินบนผิวน้ำได้เป็นพอ
ปลิดสะลา ปลิดสะลาๆๆๆๆ.............

ไม่มีความคิดเห็น: